ในที่สุดก็มาถึงจนได้กับมหาศึกของเกมกีฬาอันดับ 1 นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุดเมื่อคืนนี้ จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ณ สังเวียนนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม เป็นการโคจรมาพบกันระหว่างทัพ “กระทิงดุ” สเปน และแชมป์เก่าลบลาย “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา ผลปรากฏว่าสเปนเฉือนเอาชนะไปได้แบบสะใจแฟนบอล 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 120 นาที ฮีโร่ผู้ซัดชัยพากระทิงเถลิงแชมป์คือ เฟร์ราน ตอร์เรส ในนาทีที่ 106 ขณะที่ฝั่งอาร์เจนตินาฟิวส์ขาดช่วงท้าย เกมเดือดจน เอนโซ เฟอร์นันเดซ โดนใบเหลืองแดงนาที 90+3 และ เลอันโดร ปาเรเดสยังมีแถมหลังเกมจบให้อีก 1 ใบแดง
กางสถิติรูปเกมต้องบอกว่าสเปนกดอยู่หมัดตลอดทั้งเกม ครึ่งแรกและครึ่งหลังทัพกระทิงดุเปิดหน้าเดินเกมรุกเข้าใส่เต็มสูบ มีเปอร์เซ็นต์ครองบอลสูงถึง 65% หาจังหวะส่องรวมกันถึง 20 ครั้ง และตรงกรอบไป 12 หน ทว่าแนวรับอาร์เจนตินายังช่วยกันบล็อกซุปเปอร์เซฟไว้ได้จนจบ 90 นาทีเสมอ 0-0 แต่แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 106 นิโก วิลเลียมส์ โชว์วิสัยทัศน์จ่ายคิลเลอร์พาสให้ เฟร์ราน ตอร์เรส หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเฉียบคม หลังจากนั้นอาร์เจนตินาพยายามเร่งเครื่องแต่เจาะไม่เข้า แถมมาโดนใบแดงเพิ่มในช่วงทดเจ็บสกัดกั้นเกมบุก
FINAL
![]() Spain |
จบเกมส์ 1 – 0 20/07 |
![]() Argentina |
Ferran Torres 106′ ⚽ | Enzo Fernandez 90’+3 🔴 Leandro Paredes 120’+10 🔴 |
ชัยชนะครั้งนี้ส่งผลให้ทีมชาติสเปนผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ (ต่อจากความสำเร็จครั้งแรกในปี 2010) พร้อมพ่วงสถิติสุดหรูด้วยการเป็นทีมที่เล่นเกมบุกได้น่ากลัวที่สุดในทัวร์นาเมนต์ พวกเขากดค่า xG (โอกาสน่าจะได้ประตู) สูงถึง 1.94 ขณะที่อาร์เจนตินาโชว์ฟอร์มบู่หมดเชื้อแชมป์เก่า มีโอกาสยิงทั้งเกมแค่ 2 ครั้งและไม่ตรงกรอบเลย จบฉากฟุตบอลโลก 2026 ในที่สุด ไปด้วยการชูถ้วยฉลองชัยของพลพรรคกระทิงดุอย่างสมศักดิ์ศรี
อัปเดตข่าวบอล ข่าวย้ายทีม และบทวิเคราะห์ฟุตบอลโลก 2026 สดใหม่ทุกวันกับทีมงานซัพพอร์ต F88



Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.